ตะกร้า
0
0.00 บาท

Balanced Scorecard

Balanced Scorecard

บริษัท แค้มป์อะแดปทีฟ จำกัด  

ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย อุปกรณ์แค้มปิ้ง  ผ้าใบ 

 

Balanced Scorecard

1.มุมมองด้านการเงิน (Financial Perspective)
วัดผลด้านรายได้ กำไร กระแสเงินสด และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
รายได้ของกลุ่มลูกค้าเก่า  เพิ่มขึ้น 50%
ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าเก่า เพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับมาใช้สินค้ารายได้จากลูกค้าใหม่ 10%
ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ และเสนอความแตกต่าง

2.มุมมองด้านลูกค้า (Customer Perspective)

Customer Perspective
ลูกค้าที่พึงพอใจมีแนวโน้มที่จะกลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าซ้ำ
ช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty)
ทำให้องค์กรสามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น
การบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth) ทำให้ได้ลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องลงทุนโฆษณามาก


ตัวชี้วัดสำคัญใน Customer Perspective
✅ ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction Score - CSAT)
วัดความพอใจของลูกค้าต่อสินค้า/บริการ เช่น แบบสำรวจหลังการซื้อ
คำถามตัวอย่าง: "คุณพึงพอใจกับบริการของเราหรือไม่?" (ให้คะแนน 1-5)

✅ ความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty / Retention Rate)
วัดเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่กลับมาใช้บริการ 80%
สร้างฐานลูกค้าโดยทำวัสดุดีๆที่มีคุณภาพ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจบอกต่อ

✅ อัตราการแนะนำลูกค้า (Net Promoter Score - NPS)
วัดโอกาสที่ลูกค้าจะแนะนำสินค้า/บริการให้คนอื่น50%
ใช้คำถาม: "คุณจะแนะนำเราต่อให้เพื่อนหรือครอบครัวหรือไม่?" (ให้คะแนน 0-10)

✅ Customer Lifetime Value (CLV)
วัดมูลค่าตลอดอายุของลูกค้าคนหนึ่งที่มีต่อบริษัท
ใช้คำนวณรายได้เฉลี่ยที่ลูกค้าจะสร้างให้กับธุรกิจในช่วงที่เป็นลูกค้า

✅ ต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition Cost - CAC)

 

กลยุทธ์ในการพัฒนา Customer Perspective

✅ เข้าใจลูกค้า (Customer Insights)
ศึกษาความต้องการของลูกค้าผ่านการสำรวจ รีวิว และข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ
ปัญหาที่ลูกค้าเจอและออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

✅ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ (Product & Service Improvement)

หาวัสดุใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง หลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก และทำสอบวัสดุเพื่อสร้างความมั่นใจ

✅ ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience - CX)
ออกแบบเส้นทางลูกค้า (Customer Journey) ให้ราบรื่น เช่น การสร้างระบบการสั่งซื้อและออกแบบชิ้นงานได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ง่ายต่อการออกแบบ

✅ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management - CRM)
ใช้ระบบ CRM บริหารข้อมูลลูกค้าถึงปัญหาที่ลูกค้าพบเจอและช่วยเหลือผ่านระบบ AI

✅ การสร้างแบรนด์และความไว้วางใจ (Brand Trust & Reputation)
รักษาภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ และให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย
ไม่ลดราคาเพื่อสร้างแรงจุงใจ แต่จะให้สินค้า
มีคุณค่าด้วยวัสดุที่ดี


3.
มุมมองด้านกระบวนการภายใน (Internal Process Perspective)
1. กระบวนการดำเนินงาน (Operations Process)
มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานหลัก เช่น การผลิต การให้บริการ และการจัดการโลจิสติกส์
ลดของเสีย ปรับปรุงคุณภาพ และลดต้นทุนการผลิต
ใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน   นำระบบ ERP เข้าจัดการเผื่อเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน

2. กระบวนการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า (Customer Management Process)
มุ่งเน้นการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า เช่น การปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า การให้บริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพ
การนำระบบตอบกลับอัตโนมัติ เพื่อส่งซ่อมสินค้าและติดตามสินค้าซ่อมแบบเรียลทาร์ม

3. กระบวนการสร้างนวัตกรรม (Innovation Process)
การวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่
การใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตหรือบริการ
การพัฒนาความสามารถของบุคลากรในการคิดค้นนวัตกรรม

4. กระบวนการกำกับดูแลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Regulatory & Social Process)
การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
การบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายในเพื่อลดความผิดพลาด
การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

 (KPIs) ใน Internal Process Perspective

ในการวัดผลกระบวนการภายในขององค์กร สามารถใช้ Key Performance Indicators (KPIs)

  1. ประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต – ระยะเวลาเฉลี่ยในการผลิตสินค้า (Cycle Time)
    ระยะเวลาการต่อ 1 ออเดอร์ 3 วันทำการ
    2. คุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ – อัตราของเสียหรือสินค้าที่มีข้อบกพร่อง (Defect Rate)
    3. ประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า – ระยะเวลาเฉลี่ยในการตอบสนองลูกค้า (Customer Response Time)
    4. อัตราการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ – จำนวนผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ที่เปิดตัวต่อปี
    5. ความสามารถในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐาน – จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

  2. มุมมองด้านการเรียนรู้และการเติบโต (Learning and Growth Perspective)
    1. ทุนมนุษย์ (Human Capital)
    เสริมสร้างพนักงานใหเป็นผู้นำ เพื่อสอนให้พนักงานสามารถแก้ไขปัญหา และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

    2. ทุนสารสนเทศ (Information Capital)
    การนำระบบ AI มาช่วยตอบแชทลูกค้า เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันที

    3. ทุนองค์กร (Organizational Capital)
    วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้และนวัตกรรม
    ภาวะผู้นำและการบริหารจัดการที่สนับสนุนการเติบโตขององค์กร
    ระบบจูงใจและแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน

    ตัวชี้วัด (KPIs) ของ Learning and Growth Perspective

    1. การพัฒนาบุคลากร
    จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมเฉลี่ยต่อพนักงาน
    อัตราการเลื่อนตำแหน่งจากภายในองค์กร
    ระดับความพึงพอใจของพนักงานต่อการพัฒนาอาชีพ

    2. การบริหารเทคโนโลยีและข้อมูล
    ระยะเวลาการวางระบบ AI
    ระดับประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศที่สนับสนุนธุรกิจ

    3. วัฒนธรรมและการบริหารองค์กร
    ดัชนีความพึงพอใจของพนักงาน (Employee Satisfaction Index)
    อัตราการลาออกของพนักงาน (Turnover Rate)
    ระดับนวัตกรรมและการปรับตัวขององค์กรต่อการเปลี่ยนแปลง
 4356
ผู้เข้าชม

สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์